Do one thing, do it best...

>>

ศัลยกรรมตกแต่ง

<< Up ] ตัดเลื่อนกระดูก ] [ คางเทียม ]
 

หัวข้อย่อย

 
 

 
 

ค้นหาอย่างเร็ว

 

 

สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้างแห่งประเทศไทย

SiamMedic - Medical information and technology

สัญญลักษณ์ของ PLink

Sanook.com

 

 

 

ศัลยกรรมตกแต่งคาง

การเสริมด้วยคางเทียม

ในปัจจุบัน มีคางเทียมขายมากมายหลายชนิด หลายยี่ห้อ บริษัทผู้ผลิตแข่งขันกันด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติเหนือกว่า รูปร่างดีกว่า ใช้ง่ายกว่า  โดยส่วนใหญ่หมอจะเป็นคนเลือกที่ตนชอบหรือถนัด แต่ตัวคนไข้เองก็น่าจะรู้จักไว้ด้วย หรือถ้ามีส่วนร่วมในการเลือกชนิดหรือยี่ห้อด้วยก็จะดีมาก เพราะวัสดุและการออกแบบมีผลมากกับผลที่จะเกิดขึ้น พูดง่ายๆ ของมีทั้งเกรดดีราคาแพง เกรดต่ำมากราคาถูกมาก หมอบางคนอาจจะถึงกับไม่ยอมให้คนไข้ดูเลยว่า จะใช้คางเทียมชนิดไหน ใครผลิต

เมื่อเลือกคางเทียมได้ หมอก็หาทางใส่เข้าไป ส่วนใหญ่จะเปิดแผลในช่องปากตรงร่องหน้าฟันล่าง เพื่อซ่อนแผลเป็น มีหมอบางคนอาจจะเปิดแผลที่ผิวหนังใต้คาง เป็นความชอบส่วนตัว หรืออาจจะต้องทำผ่าตัดผ่านทางแผลนั้นอยู่แล้ว เช่น แก้ไขปัญหาคอเหี่ยวย่น ดูดไขมันใต้คาง แผลใต้คางเสียที่แผลเป็นอยู่ด้านนอก แต่ก็เป็นการหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนจากเชื้อโรคในช่องปาก

หมอจะเลาะไประหว่างกระดูกคางตรงกลางด้านหน้ากับเนื้อเยื่อที่คลุม แล้วใส่คางเทียมลงไป (ดูรูป) บางคนก็จะยึดคางเทียมให้อยู่คงที่ ด้วยวัสดุต่างๆ เช่น ไหมเย็บ สกรู  เพื่อป้องกันปัญหาการเลื่อนที่ในภายหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลื่อนขึ้นด้านบน

เมื่อวางคางเทียม และ/หรือยึดกับที่ เป็นที่พอใจแล้ว ก็เย็บคลุมเนื้อเยื้อกลับที่เดิม โดยควรจะคืนสภาพการเกาะยึดของกล้ามเนื้อบริเวณให้กลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด


ข้อพิจารณาในการเลือกคางเทียม

  1. ปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย - ต้องน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  2. รูพรุนในเนื้อวัสดุ - แต่เดิมมา จะทำมาเป็นเนื้อตันไม่มีรูพรุน แต่เนื่องจากมักจะมีปัญหาคางเทียมเลื่อนที่ในระยะหลัง เลยมีคนคิดทำคางเทียมที่มีรูพรุนเล็กๆ เล็กมาก สำหรับให้เนื้อเยื่อร่างกายงอกแทรกเข้าไป จะได้ยึดคางเทียมไว้ ผลที่ได้ก็สมดังตั้งใจ แต่อาจมีปัญหาเพิ่ม คือโอกาสติดเชื้อสูงขึ้น เพราะเชื้อโรคอาจฝังตัวอยู่ในรูพรุน  และยามที่ต้องผ่าตัดเพื่อเอาออก ก็จะยากลำบากขึ้น
  3. ความแข็ง - บางชนิดแข็งมาก บางชนิดนิ่มมาก ข้อนี้สำคัญ ทำแล้ว คางคุณจะแข็งหรือนิ่ม  ในระยะสั้น วัสดุที่แข็งจะดันเนื้อเยื่อได้ดีทำให้ผลการเสริมมากกว่า แต่ในระยะยาววัสดุที่แข็งจะกดกระดูกคางจนบางลง ผลของการเสริมคางก็ลดลงตามตัว
  4. รูปร่าง - แบบเดิม จะเป็นชนิดกลมนูน (central chin implant) จนมาตอนหลัง มีปัญหาบางประการ เช่น คลำหรือเห็นรอยต่อระหว่างคางเทียมกับกระดูกปกติ  มีอัตราการเลื่อนที่สูง  ก็เลยออกแบบให้ยื่นยาวไปทางด้านข้าง ทำให้มีพื้นที่สัมผัสกับกระดูกกรามล่างมากขึ้น ขอบก็เรียบกลมกลืนไปกับกระดูกปกติ เรียกว่า anatomical extended chin implant  ซึ่งเป็นที่นิยมสูงสุดในต่างประเทศ
  5. ขนาด - มีหลักการว่า ยิ่งต้องการให้คางใหม่ยื่นไปมากเท่าใด คางเทียมที่ใช้ต้องมีความกว้างมากขึ้นเท่านั้น แต่จากบทเรียนในอดีต ทำให้ทราบกันดีว่า การใส่คางเทียมขนาดใหญ่ มีปัญหามากมายตามมา ดังนั้นขอแนะนำว่า อย่าพยายามเสริมคางด้วยคามเทียมมากเกินไป.. มันจะไม่คุ้ม  หันไปใช้วิธีตัดเลื่อนกระดูกดีกว่า

ตัวอย่างวัสดุที่ใช้ทำคางเทียม เช่น ซิลิโคน (solid medical-grade silicone rubber ซึ่งมีหลายยื่ห้อเช่น ไซลาสติก Silastic ของบริษัท Dow Corning), เทฟลอน (Teflon), high-density polyethylene (Medpor ของ Porex Surgical Inc.), polyamide mesh (Supramid ของ J. Jackson Inc.), พี.ที.เอฟ.อี.(porous polytetrafluoroethylene = ePTFE, Proplast I, II ของ Vitek Inc.), porous hydroxyapaptite, hard tissue replacement polymer, Goretex  ทั้งหมดนี้บ้านเราไม่มีใครผลิตหรอกครับ  ซิลิโคน กับไซลาสติก เป็นอันที่มีประวัติการใช้มายาวนานและดีที่สุด หมอบางคนก็จะสั่งซื้อจากบริษัทผู้ผลิตออกแบบมาเป็นแบบสำเร็จรูป ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรค สามารถเหลาปรับรูปร่างได้เองบ้าง  แต่บางคนก็สั่งซื้อซิลิโคนเป็นก้อน แล้วมาเหลาเองด้วยมือ ย่อมเป็นการยากมาก และต้องใช้เวลา กว่าที่จะได้รูปและขนาดที่ดี สมส่วน เท่ากันทั้งสองข้าง ขอบบางเรียบกลืนไปกับกระดูกปกติ

ผมไม่แนะนำให้ใช้คางเทียมชนิดที่เป็นถุงบรรจุด้วยซิลิโคนเหลว ซึ่งจะมีปัญหาการรั่วซึมของซิลิโคนสู่เนื้อเยื่อรอบๆ เช่นเดียวกับเต้านมเทียม

 

 

 

 

 

 

กลับไปด้านบนสุด

 

ข้อเสีย-ข้อดีของการใส่คางเทียม ก็เป็นเช่นเดียวกับการใส่วัสดุแปลกปลอมอื่นๆเข้าสู่ร่างกาย แต่มีบางกรณีที่ไม่แนะนำให้ใช้คางเทียมเป็นอย่างยิ่ง คือ

  1. ต้องการเพิ่มขนาดคางอย่างมาก เช่น มากกว่า 4-5 มม. เพราะจะต้องใส่คางเทียมขนาดใหญ่มาก ซึ่งจะมีภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้นมาก

  2. ปัญหาอยู่ที่รูปร่างคาง ไม่ใช่ขนาด การใส่คางเทียมอาจจะทำให้รูปร่างกลับมาดี แต่จะสร้างปัญหาใหม่จากการที่คางยาวขึ้น ยื่นมากขึ้น

  3. กระดูกคางยาว หรือใหญ่เกินไป แน่นอนคางเทียมย่อมไม่สามารถแก้ปัญหาได้



คางเทียมจะถูกวางไว้ที่ด้านหน้า ณ ตำแหน่งล่างสุดของกรามล่าง ซึ่งกระดูกหนาแข็งแรง และเพื่อหลีกเลี่ยงรากฟัน 

 


ผลิตภัณฑ์บริษัท Anthony Products, Inc


คางเทียมชนิดกลมนูน


คางเทียมชนิด Anatomical Extended สังเกตขาสองข้างจะยาวเลยออกไปทางด้านข้าง

ผลิตภัฒฑ์บริษัท Implantech Assoc, Inc


Anatomical Extended Chin Implant

 

horizontal line

Home ] Up ] ตัดเลื่อนกระดูก ] [ คางเทียม ]

ผลิตโดย DrNond@hotmail.com
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28/10/43